หน้าแรก / บทความ / 7 กลโกงอสังหาฯ ในไทยที่พบบ่อย และวิธีป้องกัน

7 กลโกงอสังหาฯ ในไทยที่พบบ่อย และวิธีป้องกัน
อสังหาริมทรัพย์

7 กลโกงอสังหาฯ ในไทยที่พบบ่อย และวิธีป้องกัน

MyProperty Team 28 มีนาคม 2569 8 นาทีอ่าน 9 ผู้อ่าน

เรื่องที่น่ากลัวที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยคือการถูกโกง ทุกปีมีคนไทยและชาวต่างชาติตกเป็นเหยื่อกลโกงอสังหาฯ มูลค่ารวมหลายพันล้านบาท วันนี้เราจะมาเปิดโปง 7 กลโกงที่พบบ่อยที่สุด พร้อมวิธีป้องกันตัวเองครับ

กลโกงที่ 1: โครงการ Pre-sale หลอกลวง

นี่คือกลโกงที่พบบ่อยที่สุดในไทยครับ ผู้พัฒนาที่ไม่น่าเชื่อถือเปิดขายโครงการ Pre-sale ด้วยราคาที่ถูกมาก สร้างโมเดลสวยๆ ห้องตัวอย่างหรูหรา แต่พอเก็บเงินจองและเงินดาวน์ได้เยอะพอ ก็หนีหายไป หรือไม่ก็สร้างไม่เสร็จ

วิธีป้องกัน:

  • ตรวจสอบประวัติผู้พัฒนา — ดูโครงการที่เคยทำสำเร็จ ค้นหาข่าวร้องเรียน
  • เช็คว่ามีใบอนุญาต EIA (Environmental Impact Assessment) หรือยัง
  • ตรวจสอบว่าที่ดินเป็นของผู้พัฒนาจริงหรือไม่ โดยตรวจที่กรมที่ดิน
  • อย่าจ่ายเงินจองเกิน 50,000-100,000 บาท สำหรับคอนโด
  • เลือกผู้พัฒนาที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ความเสี่ยงต่ำกว่า

กลโกงที่ 2: ขายที่ดินที่ไม่ใช่ของตัวเอง

มิจฉาชีพปลอมเอกสารสิทธิ์ หรือใช้เอกสารที่ดินของคนอื่นมาหลอกขาย บางครั้งเป็นที่ดินที่มีข้อพิพาทหรือถูกยึด ผู้ซื้อจ่ายเงินไปแล้วพบว่าไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้

วิธีป้องกัน:

  • ตรวจสอบโฉนดที่ดิน (น.ส.3 ก. หรือ น.ส.4 จ.) ที่สำนักงานที่ดินด้วยตัวเอง
  • ตรวจว่าชื่อในโฉนดตรงกับผู้ขายหรือไม่
  • เช็คว่าที่ดินติดจำนอง ถูกยึด หรือมีคดีความหรือไม่
  • จ้างทนายความตรวจสอบเอกสารก่อนทำสัญญา ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000-15,000 บาท
  • โอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น ไม่ใช่ที่ออฟฟิศผู้ขาย

กลโกงที่ 3: นายหน้าปลอม

มิจฉาชีพสวมรอยเป็นนายหน้าอสังหาฯ โพสต์ประกาศขายทรัพย์สินในราคาต่ำกว่าตลาด เมื่อผู้ซื้อสนใจก็ขอเงินมัดจำ แล้วหายไป หรือบางครั้งพาไปดูทรัพย์จริง แต่ทรัพย์ไม่ได้มีการขายจริง

วิธีป้องกัน:

  • ตรวจสอบใบอนุญาตนายหน้า — นายหน้ามืออาชีพจะมีใบรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาฯ
  • อย่าโอนเงินมัดจำก่อนเห็นทรัพย์จริงและพบเจ้าของ
  • ระวังราคาที่ถูกเกินจริง — ถ้าถูกกว่าตลาด 20-30% มีโอกาสเป็นกลโกงสูง
  • ใช้บริการนายหน้าจากบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น CBRE, Knight Frank, Colliers

กลโกงที่ 4: สัญญาเช่าไม่เป็นธรรม

สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินในไทยได้โดยตรง การเช่าระยะยาว (Leasehold) เป็นทางเลือกที่นิยม แต่สัญญาเช่าบางฉบับมีเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม:

  • สัญญาเช่า 30 ปีที่ไม่มีสิทธิ์ต่อสัญญา — ผู้เช่าอาจสูญเสียทุกอย่างเมื่อหมดสัญญา
  • เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาที่เอื้อประโยชน์ให้เจ้าของฝ่ายเดียว
  • ไม่มีการจดทะเบียนสิทธิการเช่าที่กรมที่ดิน — ทำให้สัญญาไม่มีผลผูกพันกับผู้ซื้อคนต่อไป

วิธีป้องกัน: จ้างทนายความที่เชี่ยวชาญตรวจสอบสัญญาทุกครั้ง และจดทะเบียนสิทธิการเช่าที่สำนักงานที่ดิน

กลโกงที่ 5: ราคาประเมินเกินจริง

ผู้ขายบางรายว่าจ้างผู้ประเมินราคาที่ไม่น่าเชื่อถือ ให้ประเมินราคาทรัพย์สินสูงเกินจริง เพื่อขายในราคาแพงหรือใช้เป็นหลักทรัพย์กู้เงินจากธนาคาร

วิธีป้องกัน:

  • เปรียบเทียบราคากับทรัพย์ที่คล้ายกันในพื้นที่เดียวกัน
  • ใช้บริการประเมินราคาจากบริษัทที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.
  • ตรวจสอบราคาประเมินจากกรมธนารักษ์เป็นข้อมูลอ้างอิง

กลโกงที่ 6: ปกปิดข้อมูลสำคัญ

ผู้ขายหรือนายหน้าไม่บอกข้อมูลสำคัญ เช่น:

  • บ้านเคยถูกน้ำท่วม
  • มีโครงการก่อสร้างถนนตัดผ่านในอนาคต
  • พื้นที่อยู่ในเขตผังเมืองที่จำกัดการก่อสร้าง
  • มีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ซ้อนหรือทางเข้า-ออก
  • อาคารมีปัญหาโครงสร้างที่ซ่อนอยู่

วิธีป้องกัน: สำรวจพื้นที่ด้วยตัวเอง ถามเพื่อนบ้าน ตรวจสอบผังเมืองที่สำนักงานเขต และจ้างวิศวกรตรวจสภาพอาคาร

กลโกงที่ 7: Nominee ผิดกฎหมาย

ชาวต่างชาติบางรายใช้ "Nominee" หรือคนไทยเป็นตัวแทนถือครองที่ดินแทน ซึ่งผิดกฎหมายครับ ความเสี่ยงมีมากมาย:

  • Nominee อาจเอาทรัพย์ไปขายหรือจำนองโดยไม่บอก
  • ถ้า Nominee เสียชีวิต ทรัพย์จะตกเป็นมรดกของทายาท ไม่ใช่ของผู้ลงทุนต่างชาติ
  • ถ้าถูกจับได้ว่าใช้ Nominee ทรัพย์อาจถูกยึดและมีโทษทางอาญา

วิธีที่ถูกกฎหมาย: ชาวต่างชาติสามารถซื้อคอนโด (ในโควตาต่างชาติ 49%) หรือเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี หรือตั้งบริษัทร่วมทุนไทย-ต่างชาติ (ต้องถือหุ้นไม่เกิน 49%)

กฎทอง: ถ้าดีลไหนดูดีเกินจริง มักจะเป็นกลโกง อย่าเร่งตัดสินใจ ใช้เวลาตรวจสอบให้ถ้วนถี่ และอย่ากลัวที่จะจ่ายค่าทนายความ เพราะค่าทนาย 10,000-30,000 บาท ดีกว่าเสียเงินหลายล้านบาทจากการถูกโกง

สรุป

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีโอกาสดีมากมาย แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน สิ่งที่ดีที่สุดคือการเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาข้อมูล ตรวจสอบเอกสาร จ้างทนายความ และอย่าเชื่อใครง่ายๆ ถ้ามีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษา ทีมงานของเราพร้อมช่วยเหลือเสมอครับ อย่าปล่อยให้กลโกงมาทำลายความฝันในการมีบ้านของคุณนะครับ

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

สำรวจอสังหาฯ ตามย่านที่กล่าวถึง:
แชร์:

ทรัพย์สินแนะนำ

คัดสรรมาให้คุณ — ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง–ชมพู เปลี่ยนแผนที่อสังหาชานเมืองอย่างไร — ทำเลไหนยังซื้อได้ก่อนราคาขยับอสังหาริมทรัพย์

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง–ชมพู เปลี่ยนแผนที่อสังหาชานเมืองอย่างไร — ทำเลไหนยังซื้อได้ก่อนราคาขยับ

โมโนเรลสองสายเชื่อมลาดพร้าว ศรีนครินทร์ แจ้งวัฒนะ และรามอินทรา เข้ากับโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งระบบ มาดูกันว่าสถานีไหนราคายังต่ำกว่าพื้นฐาน และโซนไหนราคาวิ่งไปรอจนเต็มมูลค่าแล้ว

4 กรกฎาคม 2569 11 นาทีอ่าน
คู่มืออสังหาริมทรัพย์ย่านบางซื่อ–เตาปูน ฮับรถไฟแห่งใหม่ของกรุงเทพอสังหาริมทรัพย์

คู่มืออสังหาริมทรัพย์ย่านบางซื่อ–เตาปูน ฮับรถไฟแห่งใหม่ของกรุงเทพ

สถานีกลางบางซื่อคือศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ย่านรอบๆ กำลังเปลี่ยนไปอย่างไร และน่าลงทุนแค่ไหนในปี 2569

21 มิถุนายน 2569 7 นาทีอ่าน
คู่มืออสังหาริมทรัพย์ย่านอ่อนนุช–บางนา ปี 2569อสังหาริมทรัพย์

คู่มืออสังหาริมทรัพย์ย่านอ่อนนุช–บางนา ปี 2569

แนวสุขุมวิทตอนปลายที่เติบโตเร็วด้วยรถไฟฟ้าและคอมมูนิตี้มอลล์ มาดูว่าทำไมอ่อนนุช–บางนายังเป็นทำเลยอดนิยมของคนเมือง

20 มิถุนายน 2569 7 นาทีอ่าน