สำหรับเจ้าของห้องเช่า ไม่มีอะไรน่าหงุดหงิดเท่าผู้เช่าที่ค้างค่าเช่าหลายเดือนแต่ยังอยู่ในห้อง หรือหายตัวไปโดยทิ้งของไว้เต็มห้อง ความรู้สึกแรกคืออยากจัดการให้จบด้วยตัวเอง ตัดไฟ เปลี่ยนกุญแจ ขนของไปไว้ข้างนอก แต่กฎหมายไทยไม่ได้ให้อำนาจผู้ให้เช่าทำเช่นนั้นเอง และการลงมือเองอาจทำให้เจ้าของจากผู้เสียหายกลายเป็นผู้ถูกฟ้อง บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ห้องคืนและได้เงินคืนมากที่สุดโดยไม่เพิ่มปัญหา
การตัดน้ำตัดไฟเพื่อกดดัน การเปลี่ยนกุญแจหรือปิดกั้นไม่ให้ผู้เช่าเข้าห้องในขณะที่ผู้เช่ายังครอบครองห้องอยู่ การเข้าไปในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต และการขนย้ายหรือยึดทรัพย์สินของผู้เช่า ล้วนมีความเสี่ยงทางกฎหมาย อาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ หรือความผิดอื่น และผู้เช่าอาจฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ แม้ในสัญญาจะเขียนให้สิทธิผู้ให้เช่าทำได้ก็ตาม ข้อสัญญาลักษณะนี้อาจไม่มีผลบังคับ โดยเฉพาะผู้ให้เช่าที่เข้าข่ายธุรกิจควบคุมสัญญาเช่าที่อยู่อาศัย ซึ่งมีข้อห้ามชัดเจนเรื่องข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
กรณีที่ผู้เช่าหายตัวไปและติดต่อไม่ได้ เจ้าของมักอยากเข้าไปเก็บห้องทันที แต่ควรทำอย่างระมัดระวัง เริ่มจากพยายามติดต่อผู้เช่าและผู้ค้ำประกันหรือผู้ติดต่อฉุกเฉินตามสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังที่อยู่ที่ระบุไว้ ถ้าจำเป็นต้องเข้าห้อง เช่นมีกลิ่นหรือน้ำรั่ว ให้มีพยาน เช่น เจ้าหน้าที่นิติบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมด้วย ถ่ายวิดีโอสภาพห้องและทำบัญชีทรัพย์สินที่เหลือ เก็บรักษาทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัยระยะหนึ่ง และแจ้งให้ผู้เช่ามารับคืน ไม่ควรทิ้งหรือขายทรัพย์สินของผู้เช่าทันที ในกรณีที่ไม่แน่ใจ การปรึกษาทนายความก่อนลงมือช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
เงินประกันการเช่าที่เก็บไว้สามารถนำมาหักค่าเช่าค้าง ค่าน้ำค่าไฟค้าง และค่าซ่อมความเสียหายที่เกินการใช้งานตามปกติได้ตามที่ตกลงในสัญญา ส่วนที่เหลือต้องคืนผู้เช่า แต่ถ้าค่าเช่าค้างหลายเดือน เงินประกันสองเดือนมักไม่พอ ส่วนที่ขาดต้องเรียกร้องผ่านการเจรจาหรือการฟ้องคดี ซึ่งในหลายกรณีต้นทุนการติดตามอาจสูงกว่ายอดเงินที่ได้คืน
| ทางเลือก | เวลาที่ใช้โดยประมาณ | ต้นทุน |
|---|---|---|
| เจรจาให้ย้ายออกโดยสมัครใจ | ไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ | อาจต้องยอมลดหนี้บางส่วน |
| บอกกล่าว–บอกเลิกสัญญาแล้วผู้เช่าย้ายออกเอง | ประมาณหนึ่งเดือน | ค่าส่งเอกสาร ค่าเช่าที่ขาดหาย |
| ฟ้องขับไล่จนถึงบังคับคดี | หลายเดือน ขึ้นกับคดีและการต่อสู้คดี | ค่าทนายความ ค่าเช่าที่ขาดหายระหว่างคดี |
บทเรียนที่ดีที่สุดคือการคัดกรองผู้เช่าตั้งแต่ต้น ตรวจรายได้และประวัติการเช่า ทำสัญญาที่ระบุวันชำระค่าเช่า ค่าปรับการชำระล่าช้าในอัตราที่เป็นธรรม ผู้ค้ำประกันหรือผู้ติดต่อฉุกเฉิน และขั้นตอนการบอกเลิกอย่างชัดเจน รับค่าเช่าผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อมีหลักฐาน และติดตามทันทีที่ผู้เช่าเริ่มจ่ายช้า เพราะปัญหาที่ปล่อยไว้หลายเดือนแก้ยากกว่ามาก
มีความเสี่ยงสูงว่าข้อสัญญาลักษณะนี้จะไม่มีผลบังคับ และการลงมือตามข้อสัญญานั้นอาจยังเป็นความผิด ทางที่ปลอดภัยคือบอกเลิกสัญญาตามขั้นตอนและใช้กระบวนการศาลเมื่อจำเป็น
ขึ้นกับยอดหนี้และความสามารถในการชำระของผู้เช่า ถ้ายอดไม่มากและผู้เช่าไม่มีทรัพย์ให้บังคับคดี การเจรจาผ่อนชำระหรือการตัดหนี้แลกกับการย้ายออกอาจคุ้มกว่าในทางปฏิบัติ
นิติบุคคลช่วยเป็นพยาน ให้ข้อมูลกล้องวงจรปิดการเข้าออก และควบคุมการขนย้ายของออกจากอาคารได้ แต่ไม่มีอำนาจขับไล่ผู้เช่าแทนเจ้าของห้อง
เมื่อผู้เช่าค้างค่าเช่า ความอดทนต่อขั้นตอนทางกฎหมายคือการป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด บอกกล่าวและบอกเลิกเป็นหนังสือ เจรจาให้ย้ายออกโดยสมัครใจเมื่อทำได้ และใช้ศาลเมื่อจำเป็น อย่าลงมือเองด้วยการตัดน้ำไฟหรือขนของ อ่านวิธีคัดกรองผู้เช่าและคู่มือเจ้าของห้องเช่าเพิ่มเติมได้ที่ บทความ MyProperty
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?
คัดสรรมาให้คุณ — ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
ผู้ซื้อคอนโดก่อนสร้างเสร็จบางรายต้องเจอกำหนดเสร็จที่เลื่อน ห้องเล็กกว่าสัญญา หรือส่วนกลางที่เปลี่ยนไป มาดูว่าสัญญาซื้อขายห้องชุดที่ สคบ. ควบคุมคุ้มครองอะไร เมื่อไหร่บอกเลิกและขอเงินคืนได้ การรวบรวมหลักฐาน การร้องเรียน สคบ. คดีผู้บริโภคและคดีแบบกลุ่ม และสิ่งที่ควรตรวจก่อนซื้อเพื่อลดความเสี่ยง
เมื่อพอร์ตห้องเช่าโตขึ้น เจ้าของมักสงสัยว่าตั้งบริษัทจะประหยัดภาษีไหม มาเปรียบเทียบการเสียภาษีค่าเช่าแบบบุคคลกับบริษัท ต้นทุนการโอนทรัพย์เดิมเข้าบริษัท ภาระด้านบัญชี การส่งต่อผ่านหุ้น และทำไมโครงสร้างนอมินีสำหรับชาวต่างชาติจึงผิดกฎหมายและอันตราย
ทุกเดือนที่ห้องว่างคือการเสียค่าเช่าเต็มเดือน บวกค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่น มาดูวิธีวิเคราะห์สาเหตุอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ราคาเทียบห้องคู่แข่งจริง รูปและข้อความประกาศ ช่องทางและเอเจนต์ จังหวะเวลา สภาพห้องและเงื่อนไขการเช่า ไปจนถึงการปรับปรุงเร็ว ๆ ที่ทำให้ประกาศขยับ โดยไม่ต้องลดค่าเช่าแบบไม่มีหลักการ