เคล็ดลับ20 พ.ค. 2569อ่าน 10 นาทีเข้าชม 6 ครั้ง

ซื้ออสังหาร่วมกันในไทย 2569 — กฎหมายและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนซื้อร่วมกัน

การซื้ออสังหาร่วมกับคู่รัก คู่สมรส พี่น้อง หรือเพื่อนในไทยมีนัยทางกฎหมายที่ซับซ้อน นี่คือสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเซ็นร่วมกันในปี 2569

ทีมบรรณาธิการ My Propertyอัปเดตล่าสุด 20 ต.ค. 2569
ซื้ออสังหาร่วมกันในไทย 2569 — กฎหมายและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนซื้อร่วมกัน

Key Takeaways

  • • กรรมสิทธิ์ร่วม (Co-ownership) ในไทย — ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์เต็มในทรัพย์สิน ขาย/จำนองคนเดียวไม่ได้
  • • คู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน — ทรัพย์สินไม่ถือเป็นสินสมรสตามกฎหมาย ต้องทำเอกสารเพิ่มเติม
  • • ทางออกที่ดีที่สุด: ทำ "สัญญาก่อนแต่งงาน" หรือ "สัญญาร่วมทุน" ระบุสัดส่วนและเงื่อนไขชัดเจน

ประเภทของการถือครองร่วมในไทย

1. กรรมสิทธิ์ร่วม (Co-ownership / ถือชื่อร่วม)

ใส่ชื่อทั้งสองคนในโฉนด โดยระบุสัดส่วน เช่น 50:50 หรือ 70:30 ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมในการขาย จำนอง หรือโอน ไม่สามารถทำโดยฝ่ายเดียว

2. สินสมรส (คู่สมรสที่จดทะเบียน)

ทรัพย์สินที่ซื้อหลังจดทะเบียนสมรสถือเป็น "สินสมรส" แม้จะมีชื่อคนเดียวในโฉนด คู่สมรสอีกฝ่ายต้องเซ็นยินยอมในการขายหรือจำนอง

3. สินส่วนตัว

ทรัพย์ที่มีก่อนแต่งงาน หรือได้รับมรดก/ของขวัญ ถือเป็นสินส่วนตัว ไม่ต้องได้รับยินยอมจากคู่สมรส

กรณีที่พบบ่อย — ซื้อร่วมกับใคร?

ซื้อร่วมกับสถานะทางกฎหมายความเสี่ยงหลัก
คู่สมรส (จดทะเบียน)สินสมรส (แม้ชื่อเดียว)หย่าต้องแบ่งทรัพย์
แฟน (ไม่จดทะเบียน)กรรมสิทธิ์ร่วม ตามสัดส่วนเลิกกัน — ต้องฟ้องแบ่งทรัพย์
พี่น้องกรรมสิทธิ์ร่วมขัดแย้งเรื่องการขาย/ใช้
เพื่อน/หุ้นส่วนกรรมสิทธิ์ร่วมไม่มีกฎหมายครอบครัวช่วย
ต่างชาติ + คนไทยชื่อคนไทย (กฎหมายต่างชาติ)ต่างชาติไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย

วิธีปกป้องตัวเองเมื่อซื้อร่วมกัน

ทำสัญญาร่วมทุน (Co-ownership Agreement)

ระบุชัดเจน:

  1. สัดส่วนกรรมสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย
  2. ใครออกค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง (ผ่อนธนาคาร, ค่าส่วนกลาง, ซ่อมบำรุง)
  3. เงื่อนไขการขาย — ต้องตกลงทั้งคู่ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งซื้อกลับได้ก่อน?
  4. ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต — สัดส่วนตกเป็นของใคร?
  5. ถ้าเลิกกัน — กำหนดระยะเวลาขาย และราคาขั้นต่ำ

จดทะเบียนสมรสถ้าเป็นคู่รัก

การจดทะเบียนสมรสให้ความคุ้มครองทางกฎหมายที่ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะเรื่องมรดกและการแบ่งทรัพย์

ขั้นตอนซื้อร่วมกันอย่างถูกต้อง

  1. ตกลงสัดส่วนกรรมสิทธิ์ก่อนยื่นกู้
  2. ทำสัญญาร่วมทุนกับทนายความ (5,000–15,000 บาท)
  3. ยื่นกู้ร่วม — ธนาคารจะพิจารณา income ทั้งสองฝ่ายรวมกัน ได้วงเงินสูงขึ้น
  4. ระบุสัดส่วนในโฉนด ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
  5. ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) — ถ้าฝ่ายใดเสียชีวิต อีกฝ่ายไม่ต้องรับภาระคนเดียว

สรุป

การซื้ออสังหาร่วมกันเป็นเรื่องที่ดีถ้าทำถูกต้อง ลงทุนทำสัญญาร่วมทุนที่ชัดเจน และตกลงเงื่อนไขทุกอย่างตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตที่อาจเสียทั้งเงินและความสัมพันธ์

ดูอสังหาที่น่าสนใจ | ปรึกษาทีมงาน MyProperty

บทความที่เกี่ยวข้อง: สินเชื่อกู้ร่วมในไทย | คู่มือสินเชื่อบ้าน | ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์

บทความนี้เป็นประโยชน์ไหม?

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความทั้งหมด
เคล็ดลับ10 ต.ค. 2569คอนโดสร้างล่าช้าหรือไม่ตรงตามสัญญา — สิทธิผู้ซื้อในการบอกเลิกและขอเงินคืน และการรวมตัวเรียกร้องผู้ซื้อคอนโดก่อนสร้างเสร็จบางรายต้องเจอกำหนดเสร็จที่เลื่อน ห้องเล็กกว่าสัญญา หรือส่วนกลางที่เปลี่ยนไป มาดูว่าสัญญาซื้อขายห้องชุดที่ สคบ. ควบคุมคุ้มครองอะไร เมื่อไหร่บอกเลิกและขอเงินคืนได้ การรวบรวมหลักฐาน การร้องเรียน สคบ. คดีผู้บริโภคและคดีแบบกลุ่ม และสิ่งที่ควรตรวจก่อนซื้อเพื่อลดความเสี่ยงอ่าน 10 นาที
เคล็ดลับ7 ต.ค. 2569ถือทรัพย์ปล่อยเช่าในนามบุคคลหรือบริษัท — ภาษี ต้นทุน การส่งต่อ และเส้นแบ่งเรื่องกรรมสิทธิ์ของต่างชาติที่ห้ามข้ามเมื่อพอร์ตห้องเช่าโตขึ้น เจ้าของมักสงสัยว่าตั้งบริษัทจะประหยัดภาษีไหม มาเปรียบเทียบการเสียภาษีค่าเช่าแบบบุคคลกับบริษัท ต้นทุนการโอนทรัพย์เดิมเข้าบริษัท ภาระด้านบัญชี การส่งต่อผ่านหุ้น และทำไมโครงสร้างนอมินีสำหรับชาวต่างชาติจึงผิดกฎหมายและอันตรายอ่าน 10 นาที
เคล็ดลับ6 ต.ค. 2569ห้องเช่าว่างนานหลายเดือน — วิเคราะห์สาเหตุทีละข้อ และวิธีแก้ที่ทำให้ห้องมีผู้เช่าจริงทุกเดือนที่ห้องว่างคือการเสียค่าเช่าเต็มเดือน บวกค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่น มาดูวิธีวิเคราะห์สาเหตุอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ราคาเทียบห้องคู่แข่งจริง รูปและข้อความประกาศ ช่องทางและเอเจนต์ จังหวะเวลา สภาพห้องและเงื่อนไขการเช่า ไปจนถึงการปรับปรุงเร็ว ๆ ที่ทำให้ประกาศขยับ โดยไม่ต้องลดค่าเช่าแบบไม่มีหลักการอ่าน 9 นาที