หน้าแรก / บทความ / เลิกดูแค่ Rental Yield — คำนวณ Cash-on-Cash และ IRR วัดผลตอบแทนจริงของการลงทุนอสังหาที่ใช้เงินกู้

เลิกดูแค่ Rental Yield — คำนวณ Cash-on-Cash และ IRR วัดผลตอบแทนจริงของการลงทุนอสังหาที่ใช้เงินกู้
การลงทุน

เลิกดูแค่ Rental Yield — คำนวณ Cash-on-Cash และ IRR วัดผลตอบแทนจริงของการลงทุนอสังหาที่ใช้เงินกู้

MyProperty Team 12 สิงหาคม 2569 12 นาทีอ่าน 1 ผู้อ่าน

สรุปก่อนอ่าน

  • • Rental Yield วัดทรัพย์ Cash-on-Cash วัด "เงินสดที่คุณลงไป" IRR วัดผลตอบแทนตลอดอายุการลงทุนรวมกำไรตอนขาย
  • • เงินกู้เพิ่มผลตอบแทนต่อเงินสดได้ เมื่อผลตอบแทนของทรัพย์สูงกว่าดอกเบี้ย และทำร้ายเมื่อกลับกัน
  • • การลงทุนที่ Yield ต่ำแต่ราคาเติบโตดี อาจได้ IRR สูงกว่าทรัพย์ Yield สูงที่ราคาไม่ขยับ

นักลงทุนอสังหาไทยส่วนใหญ่ถูกสอนให้ดูตัวเลขเดียว คือ Rental Yield ค่าเช่าต่อปีหารด้วยราคาซื้อ ตัวเลขนี้มีประโยชน์สำหรับการคัดกรองทรัพย์เบื้องต้น แต่มีข้อจำกัดสำคัญ มันไม่ได้บอกว่าเงินสดที่คุณควักจากกระเป๋าจริง ๆ ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ เมื่อซื้อด้วยเงินกู้ และไม่ได้รวมกำไรหรือขาดทุนจากราคาตอนขาย ซึ่งในหลายกรณีเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของผลตอบแทน บทความนี้จะพาไปรู้จักเครื่องมือวัดอีกสองตัวที่นักลงทุนมืออาชีพใช้ และวิธีคำนวณแบบที่ทำเองได้ในสเปรดชีต

สามตัวชี้วัด วัดคนละอย่าง

ตัวชี้วัดสูตรแบบง่ายตอบคำถามอะไร
Gross Yieldค่าเช่าต่อปี ÷ ราคาซื้อทรัพย์นี้สร้างรายได้เทียบราคาเท่าไหร่
Net Yield(ค่าเช่า − ค่าใช้จ่ายประจำ) ÷ (ราคาซื้อ + ค่าใช้จ่ายตอนซื้อ)หลังหักค่าใช้จ่าย ทรัพย์สร้างผลตอบแทนเท่าไหร่
Cash-on-Cash Returnกระแสเงินสดสุทธิต่อปีหลังผ่อน ÷ เงินสดที่ลงไปจริงเงินในกระเป๋าเราได้ผลตอบแทนปีละเท่าไหร่
IRRอัตราที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดทุกปีรวมเงินตอนขายเท่ากับศูนย์ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีตลอดอายุการลงทุน

Cash-on-Cash: มองจากมุมเงินสดในกระเป๋า

เมื่อซื้อคอนโดด้วยเงินกู้ เงินที่ออกจากกระเป๋าเราจริงคือเงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองส่วนที่เราจ่าย และค่าตกแต่งห้อง ส่วนที่เหลือเป็นเงินของธนาคาร Cash-on-Cash จึงวัดว่าในแต่ละปี หลังรับค่าเช่า จ่ายค่าส่วนกลาง ภาษี ค่าซ่อม และค่าผ่อนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว เหลือเงินสดสุทธิเท่าไหร่ เทียบกับเงินสดก้อนนั้น

ข้อสังเกตคือ ค่าผ่อนส่วนที่เป็นเงินต้นไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่หายไป แต่เป็นการเพิ่มส่วนของเจ้าของในทรัพย์ บางคนจึงคำนวณ Cash-on-Cash แบบรวมการลดลงของเงินต้นด้วย เรียกว่าผลตอบแทนรวมรายปี ซึ่งจะสูงกว่าแบบเงินสดล้วน ทั้งสองแบบใช้ได้ ขอให้รู้ว่ากำลังวัดแบบไหน

เงินกู้: ดาบสองคม

เงินกู้หรือ Leverage ทำให้ผลตอบแทนต่อเงินสดสูงขึ้นได้ เมื่อผลตอบแทนสุทธิของทรัพย์ (Net Yield รวมการเติบโตของราคา) สูงกว่าต้นทุนเงินกู้ เพราะเราได้ผลตอบแทนจากทรัพย์ทั้งก้อนแต่ลงเงินเองเพียงส่วนเดียว ในทางกลับกัน ถ้าผลตอบแทนสุทธิของทรัพย์ต่ำกว่าดอกเบี้ย เงินกู้จะยิ่งกัดกินผลตอบแทน และทำให้กระแสเงินสดติดลบทุกเดือน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่นักลงทุนคอนโดในเมืองหลายคนเจอเมื่อดอกเบี้ยลอยตัวสูงกว่า Net Yield ของห้อง

ตัวอย่างคำนวณ: คอนโดหนึ่งห้องนอนใกล้รถไฟฟ้า

สมมติซื้อคอนโดราคา 3,000,000 บาท วางเงินดาวน์ 10% คือ 300,000 บาท ค่าธรรมเนียมและค่าตกแต่งรวม 200,000 บาท เงินสดที่ลงไปจริงคือ 500,000 บาท กู้ 2,700,000 บาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 5% ผ่อน 30 ปี ค่าผ่อนประมาณเดือนละ 14,500 บาท หรือปีละ 174,000 บาท ปล่อยเช่าได้เดือนละ 16,000 บาท ว่างเฉลี่ยปีละหนึ่งเดือน ได้ค่าเช่าปีละ 176,000 บาท หักค่าส่วนกลาง ภาษี ประกัน และค่าซ่อมรวมปีละ 30,000 บาท

กระแสเงินสดสุทธิต่อปีคือ 176,000 − 30,000 − 174,000 = ติดลบ 28,000 บาท Cash-on-Cash แบบเงินสดล้วนจึงติดลบประมาณ 5.6% ฟังดูแย่ แต่ในปีแรก เงินต้นที่ลดลงจากการผ่อนประมาณ 40,000 บาท ถ้านับรวม ผลตอบแทนรวมรายปีจะเป็นบวกเล็กน้อย และยังไม่ได้นับการเปลี่ยนแปลงของราคาห้อง

ทีนี้ลองดูทั้งอายุการลงทุน ถ้าถือ 10 ปี ค่าเช่าปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 2% และขายได้ในราคาที่สูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 2% (ประมาณ 3.66 ล้านบาท) หักค่าใช้จ่ายตอนขายและยอดหนี้คงเหลือ เงินสดที่ได้กลับมาตอนขายจะประมาณ 1.3 ล้านบาท เมื่อนำกระแสเงินสดทุกปีรวมเงินตอนขายมาคำนวณ IRR จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราวปีละ 8% แม้ว่าระหว่างทางจะต้องเติมเงินทุกปี แต่ถ้าราคาไม่ขยับเลย IRR จะลดลงเหลือระดับต่ำมาก ตัวอย่างนี้แสดงว่าการเติบโตของราคาและการรักษาห้องให้มีผู้เช่าต่อเนื่องคือตัวแปรที่ตัดสินผลลัพธ์

คำนวณ IRR เองด้วยสเปรดชีต

  1. ใส่ปีที่ 0 เป็นเงินสดที่ลงไป (ติดลบ) — เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียม และค่าตกแต่ง
  2. ใส่กระแสเงินสดสุทธิปีที่ 1 ถึงปีสุดท้าย — ค่าเช่าหักค่าใช้จ่ายและค่าผ่อน บวกหรือลบตามจริง
  3. ปีสุดท้ายบวกเงินที่ได้ตอนขาย — ราคาขายหักค่าใช้จ่ายการขาย ภาษี และยอดหนี้คงเหลือ
  4. ใช้ฟังก์ชัน IRR — ทั้ง Excel และ Google Sheets มีฟังก์ชัน IRR ใส่ช่วงข้อมูลทั้งหมด
  5. ทำหลายฉากทัศน์ — กรณีราคาโต 0% 2% และ 4% ต่อปี กรณีห้องว่างสองเดือนต่อปี และกรณีดอกเบี้ยสูงขึ้น 1% เพื่อเห็นช่วงของผลลัพธ์

ใช้ตัวเลขเหล่านี้ตัดสินใจอย่างไร

เมื่อมี IRR แล้ว ให้เทียบกับผลตอบแทนที่คาดหวังจากทางเลือกอื่นที่ความเสี่ยงใกล้เคียง เช่น กองทุนอสังหาหรือ REIT หุ้นปันผล หรือพันธบัตร โดยคำนึงว่าอสังหาโดยตรงมีสภาพคล่องต่ำกว่า และต้องใช้เวลาบริหาร จึงควรได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ชดเชยสิ่งเหล่านี้ ส่วน Cash-on-Cash ช่วยตอบคำถามเชิงปฏิบัติว่า คุณมีเงินสดสำรองพอจะเติมในปีที่กระแสเงินสดติดลบหรือไม่ ถ้าไม่พอ ดีลที่ IRR ดีก็อาจไม่เหมาะกับคุณ

คำถามที่พบบ่อย

IRR เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี?

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ควรสูงกว่าผลตอบแทนของการลงทุนที่สภาพคล่องสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และควรดูช่วงของผลลัพธ์ในหลายฉากทัศน์ ไม่ใช่ตัวเลขกรณีดีที่สุดตัวเดียว

ซื้อเงินสดทั้งหมดดีกว่ากู้ไหม?

ซื้อเงินสดให้กระแสเงินสดเป็นบวกและความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ผลตอบแทนต่อเงินที่ลงไปอาจต่ำกว่า และเงินก้อนนั้นไม่ได้ทำงานที่อื่น การตัดสินใจขึ้นกับดอกเบี้ยเงินกู้เทียบกับผลตอบแทนของทางเลือกอื่น และความสบายใจกับภาระหนี้

ควรนับค่าเสียโอกาสของเวลาบริหารห้องไหม?

ควร ถ้าคุณต้องใช้เวลาหาผู้เช่าและดูแลห้องเอง ลองคิดเป็นค่าใช้จ่ายเทียบกับค่าจ้างบริษัทบริหาร จะเห็นผลตอบแทนที่สะท้อนความจริงมากขึ้น

สรุป

Rental Yield เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่พอสำหรับการตัดสินใจลงทุนด้วยเงินกู้ ใช้ Cash-on-Cash เพื่อดูว่าคุณต้องเติมเงินหรือได้เงินทุกปี และใช้ IRR เพื่อวัดผลตอบแทนตลอดอายุการลงทุนรวมราคาขาย ทำหลายฉากทัศน์และเทียบกับทางเลือกอื่นอย่างซื่อตรง ดูคอนโดสำหรับลงทุนได้ที่ ประกาศ MyProperty และอ่านบทความลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ บทความ MyProperty

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

สำรวจอสังหาฯ ตามย่านที่กล่าวถึง:
แชร์:

ทรัพย์สินแนะนำ

คัดสรรมาให้คุณ — ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลงทุนอสังหาแบบแบ่งสัดส่วนและโทเคนดิจิทัล — เป็นเจ้าของชิ้นส่วนของอสังหาได้อย่างไร การกำกับดูแล และความเสี่ยงที่ต้องรู้การลงทุน

ลงทุนอสังหาแบบแบ่งสัดส่วนและโทเคนดิจิทัล — เป็นเจ้าของชิ้นส่วนของอสังหาได้อย่างไร การกำกับดูแล และความเสี่ยงที่ต้องรู้

แพลตฟอร์มใหม่ ๆ เสนอการลงทุนในอสังหาด้วยเงินเพียงไม่กี่พันบาท มาดูว่า REIT โทเคนเพื่อการลงทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับ คราวด์ฟันดิง และการซื้อร่วมกันแบบไม่เป็นทางการต่างกันอย่างไร คุณเป็นเจ้าของอะไรจริง ๆ ในแต่ละแบบ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียม และเช็คลิสต์ก่อนลงทุน

2 ตุลาคม 2569 10 นาทีอ่าน
ให้เช่าที่ดินระยะยาวฝั่งเจ้าของที่ — สัญญาเช่า 30 ปี เงินกินเปล่า สิ่งปลูกสร้างเป็นของใครเมื่อหมดสัญญา และข้อสัญญาที่ปกป้องเจ้าของการลงทุน

ให้เช่าที่ดินระยะยาวฝั่งเจ้าของที่ — สัญญาเช่า 30 ปี เงินกินเปล่า สิ่งปลูกสร้างเป็นของใครเมื่อหมดสัญญา และข้อสัญญาที่ปกป้องเจ้าของ

หลายครอบครัวเลือกให้เช่าที่ดินแทนการขาย มาดูว่าการให้เช่าที่ดินระยะยาวทำงานอย่างไรตามกฎหมายไทย การจดทะเบียน โครงสร้างค่าเช่าและการปรับขึ้น เงินกินเปล่าและภาษี สิ่งปลูกสร้างเมื่อหมดสัญญา การเช่าช่วง และข้อสัญญาที่เจ้าของที่ดินมักเสียใจที่ไม่ได้ใส่

18 กันยายน 2569 11 นาทีอ่าน
จากห้องเช่าห้องแรกสู่ห้องที่ห้า — วางแผนสร้างพอร์ตอสังหาในไทยโดยไม่แบกภาระเกินตัวการลงทุน

จากห้องเช่าห้องแรกสู่ห้องที่ห้า — วางแผนสร้างพอร์ตอสังหาในไทยโดยไม่แบกภาระเกินตัว

คนส่วนใหญ่หยุดที่คอนโดปล่อยเช่าห้องเดียว มีบางคนสร้างพอร์ตที่กลายเป็นรายได้ที่สอง มาดูวิธีเรียงลำดับการซื้อ การใช้ส่วนของเจ้าของที่สะสมมา ข้อจำกัดการให้สินเชื่อ การกระจายทำเลและกลุ่มผู้เช่า เงินสำรอง ระบบการบริหาร และแผนทางออก พร้อมความผิดพลาดที่ทำให้นักลงทุนที่กู้เกินตัวล้ม

10 กันยายน 2569 11 นาทีอ่าน