สำหรับคนที่อยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แต่ยังไม่มีเงินพอซื้อคอนโดสักห้อง หรือไม่อยากรับภาระหาผู้เช่าและซ่อมแซมเอง ทางเลือกการลงทุนแบบแบ่งสัดส่วนกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ตั้งแต่รูปแบบที่มีมานานอย่างกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงรูปแบบใหม่อย่างโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่อ้างอิงรายได้จากอสังหา และแพลตฟอร์มระดมทุน แต่ละแบบมีโครงสร้าง สิทธิ และความเสี่ยงต่างกันมาก การเข้าใจว่าคุณกำลังซื้ออะไรจริง ๆ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
| รูปแบบ | สิ่งที่ผู้ลงทุนได้ | การกำกับดูแล | สภาพคล่อง |
|---|---|---|---|
| กองทรัสต์อสังหา (REIT) | หน่วยทรัสต์ของกองที่ถือทรัพย์ เช่น ห้าง อาคารสำนักงาน คลังสินค้า | ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ | สูง ซื้อขายได้ในวันทำการ |
| โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน | สิทธิในผลตอบแทนตามที่กำหนดในเอกสารเสนอขาย ซึ่งอ้างอิงรายได้จากอสังหา | เสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายที่ได้รับอนุญาต | ขึ้นกับการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล อาจต่ำ |
| คราวด์ฟันดิง | หุ้นหรือหุ้นกู้ของกิจการที่พัฒนาหรือถือทรัพย์ | ผ่านพอร์ทัลที่ได้รับอนุญาต | ต่ำ มักต้องถือจนครบกำหนด |
| ซื้อร่วมกันแบบไม่เป็นทางการ | กรรมสิทธิ์รวมในโฉนดหรือข้อตกลงระหว่างบุคคล | ไม่มีการกำกับเฉพาะ | ต่ำมาก ขายต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวม |
คำโฆษณาอย่าง "เป็นเจ้าของคอนโดหรูด้วยเงินหนึ่งพันบาท" อาจทำให้เข้าใจผิด ในรูปแบบส่วนใหญ่ ผู้ลงทุนไม่ได้มีชื่อในโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด แต่ถือสิทธิในผลตอบแทนหรือหน่วยลงทุนของโครงสร้างที่เป็นเจ้าของทรัพย์ เช่น กองทรัสต์ บริษัท หรือผู้ออกโทเคน สิทธิของผู้ลงทุนจึงขึ้นกับเอกสารเสนอขายและสัญญา ไม่ใช่กฎหมายกรรมสิทธิ์โดยตรง ก่อนลงทุนต้องอ่านว่า ผลตอบแทนคำนวณจากอะไร ใครเป็นผู้บริหารทรัพย์ ผู้ลงทุนมีสิทธิออกเสียงหรือไม่ และเมื่อสิ้นสุดอายุโครงการ ทรัพย์จะถูกจัดการอย่างไร
สภาพคล่อง: นอกจาก REIT ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ รูปแบบอื่นอาจขายต่อได้ยาก ตลาดรองของโทเคนบางตัวมีผู้ซื้อขายน้อย ผู้ลงทุนอาจต้องถือจนครบอายุ ความเสี่ยงของทรัพย์: ผลตอบแทนยังขึ้นกับอัตราการเช่า ค่าเช่า และสภาพตลาดของทรัพย์อ้างอิง ความเสี่ยงของผู้ออกและแพลตฟอร์ม: ความสามารถในการบริหารและความมั่นคงทางการเงินของผู้ออก และความต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียม: ค่าบริหาร ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ซึ่งกินผลตอบแทนสุทธิ ความเสี่ยงด้านกฎหมายของรูปแบบไม่เป็นทางการ: การรวมเงินซื้อทรัพย์ร่วมกับคนหลายคนโดยไม่มีโครงสร้างชัดเจน เสี่ยงต่อข้อพิพาทและอาจเข้าข่ายการระดมทุนที่ไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับมือใหม่ REIT ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มักเข้าใจง่ายกว่า มีข้อมูลเปิดเผยมาก และสภาพคล่องสูงกว่า ส่วนโทเคนเหมาะกับผู้ที่เข้าใจโครงสร้างและยอมรับสภาพคล่องที่ต่ำกว่า
ทำได้ในรูปกรรมสิทธิ์รวม แต่ควรทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องสัดส่วน การแบ่งรายได้ ค่าใช้จ่าย การตัดสินใจ และทางออกเมื่อมีคนต้องการขาย เพื่อป้องกันข้อพิพาท
ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดอย่างผิดปกติเป็นสัญญาณให้ตรวจสอบเพิ่มเติม อสังหาที่ให้เช่าจริงในไทยมีผลตอบแทนอยู่ในช่วงที่คาดการณ์ได้ ตัวเลขที่สูงเกินจริงอาจมาจากการการันตีระยะสั้นหรือโครงสร้างที่มีความเสี่ยงสูง
การลงทุนอสังหาแบบแบ่งสัดส่วนเปิดโอกาสให้ลงทุนด้วยเงินน้อยและไม่ต้องบริหารทรัพย์เอง แต่ต้องเข้าใจว่าคุณถือสิทธิอะไร ตรวจการกำกับดูแล ประเมินทรัพย์อ้างอิง และยอมรับสภาพคล่องที่อาจต่ำ อ่านเรื่อง REIT เทียบกับการซื้อคอนโดปล่อยเช่าเพิ่มเติมได้ที่ บทความ MyProperty
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?
คัดสรรมาให้คุณ — ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
หลายครอบครัวเลือกให้เช่าที่ดินแทนการขาย มาดูว่าการให้เช่าที่ดินระยะยาวทำงานอย่างไรตามกฎหมายไทย การจดทะเบียน โครงสร้างค่าเช่าและการปรับขึ้น เงินกินเปล่าและภาษี สิ่งปลูกสร้างเมื่อหมดสัญญา การเช่าช่วง และข้อสัญญาที่เจ้าของที่ดินมักเสียใจที่ไม่ได้ใส่
คนส่วนใหญ่หยุดที่คอนโดปล่อยเช่าห้องเดียว มีบางคนสร้างพอร์ตที่กลายเป็นรายได้ที่สอง มาดูวิธีเรียงลำดับการซื้อ การใช้ส่วนของเจ้าของที่สะสมมา ข้อจำกัดการให้สินเชื่อ การกระจายทำเลและกลุ่มผู้เช่า เงินสำรอง ระบบการบริหาร และแผนทางออก พร้อมความผิดพลาดที่ทำให้นักลงทุนที่กู้เกินตัวล้ม
การเปลี่ยนบ้านต่างจังหวัดหรือห้องว่างให้เป็นที่พักสร้างรายได้กำลังได้รับความนิยม แต่การให้เช่ารายวันถือเป็นธุรกิจโรงแรมตามกฎหมาย เว้นแต่เข้าเกณฑ์สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม มาดูว่าใครเข้าเกณฑ์ จดแจ้งอย่างไร ความปลอดภัยของอาคาร การแจ้งที่พักของแขก ภาษี และทำไมคอนโดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง