สรุปก่อนอ่าน
- • Low Rise สูงไม่เกิน 8 ชั้น บรรยากาศเงียบสงบ ความเป็นส่วนตัวสูง
- • High Rise มีวิวและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่ค่าส่วนกลางมักสูงกว่า
- • เลือกจากไลฟ์สไตล์และทำเล ไม่ใช่แค่ความสูงของตึก
เวลาดูคอนโด หลายคนโฟกัสที่ทำเลและราคา แต่มองข้ามเรื่องประเภทอาคารว่าเป็น Low Rise หรือ High Rise ซึ่งจริงๆ แล้วส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด ตั้งแต่ความเงียบ ความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงค่าใช้จ่ายรายเดือน
นิยามและความต่าง
Low Rise คืออาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้น (ตามกฎหมายที่ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ) มักมีจำนวนยูนิตน้อย ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ส่วน High Rise คืออาคารสูงตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไป มักมีวิวเปิดโล่ง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และจำนวนยูนิตมาก
เทียบให้เห็นภาพ
| หัวข้อ | Low Rise | High Rise |
|---|---|---|
| ความเป็นส่วนตัว | สูง | ปานกลาง |
| วิว | จำกัด | เปิดโล่ง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นฐาน | ครบครัน |
| ค่าส่วนกลาง | มักต่ำกว่า | มักสูงกว่า |
| รอลิฟต์ | เร็ว | ช้ากว่าช่วงเร่งด่วน |
แล้วควรเลือกแบบไหน
ถ้าคุณรักความสงบ ต้องการความเป็นส่วนตัว และไม่ได้ติดเรื่องวิว Low Rise ในซอยที่เดินทางสะดวกตอบโจทย์และมักมีค่าส่วนกลางเบากว่า แต่ถ้าคุณชอบวิวเมือง อยากใช้สระหรือฟิตเนสบ่อย และให้ค่ากับสิ่งอำนวยความสะดวก High Rise ติดรถไฟฟ้าจะคุ้มกว่า ลองนึกภาพวันธรรมดาของคุณว่าใช้ส่วนกลางจริงแค่ไหน แล้วเลือกตามนั้น
แหล่งอ้างอิง
- นิยามประเภทอาคาร — พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
- ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)