ในขณะที่หลายคนฝากเงินในธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ยแค่ 1-2% ต่อปี การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนจากค่าเช่าเฉลี่ย 4-8% ต่อปี ยังไม่รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นตามเวลา
ประเทศไทยมีจุดแข็งหลายอย่างที่ทำให้เป็นตลาดที่น่าลงทุน ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ยังเข้าถึงได้ ความต้องการเช่าที่สูง โดยเฉพาะจาก Digital Nomad และผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติ
วิธีคลาสสิกที่สุดและมีความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับคนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ
ข้อดี:
ผลตอบแทนเฉลี่ย: 4-6% ต่อปี (gross yield)
ทำเลแนะนำ: คอนโดใกล้ BTS/MRT ย่านสุขุมวิท รัชดา พระราม 9
ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการเช่ารายเดือนมาก แต่ต้องลงแรงดูแลมากกว่า
ข้อดี:
ข้อควรระวัง: คอนโดบางแห่งห้ามทำ Airbnb ต้องตรวจสอบกฎของนิติบุคคลก่อน และต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตาม พ.ร.บ.โรงแรม
ซื้อในราคาต่ำกว่าตลาด ปรับปรุงเล็กน้อย แล้วขายต่อในราคาที่สูงขึ้น เหมาะกับคนที่มีความรู้เรื่องตลาดและการปรับปรุงทรัพย์สิน
วิธีหาดีลดี:
สำหรับคนที่ไม่อยากซื้อทรัพย์สินเอง สามารถลงทุนผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้
ข้อดี:
ผลตอบแทนเฉลี่ย: 5-7% ต่อปี จากเงินปันผล
การสร้างรายได้แบบ Passive จากอสังหาฯ ไม่ใช่เรื่องที่จะรวยข้ามคืน แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง หากทำอย่างมีแผนและมีข้อมูล ไม่ว่าจะเริ่มจากคอนโดห้องเดียวหรือกองทุน REITs ก็สามารถสร้างรายได้เสริมที่เติบโตไปตามเวลาได้
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?
ตึกแถวให้ผลตอบแทน 5–8% สูงกว่าคอนโดส่วนใหญ่ แถมได้ที่ดินเป็นของตัวเอง แต่อีคอมเมิร์ซก็ฆ่าทำเลอ่อนแอไปแล้วมากมาย มาดูวิธีประเมินตึกแถวแบบมืออาชีพ: หน้ากว้าง traffic ผังเมือง และเงื่อนไขกู้เชิงพาณิชย์
โครงการมิกซ์ยูสยักษ์วางคอนโดซ้อนบนห้าง ออฟฟิศ และโรงแรม — ปล่อยเช่าได้พรีเมียม 10–20% แต่ก็มาพร้อมราคาและค่าส่วนกลางที่สูงกว่า มาดูตัวเลขจริง ข้อแลกเปลี่ยนเรื่องความแออัด และเช็คลิสต์เลือกตึกที่ถูกต้อง
แต่งห้องปล่อยเช่าใช้เงิน 150,000–300,000 บาท แต่ดันค่าเช่าขึ้นได้ 15–30% และลดช่วงห้องว่าง มาดูสูตรคำนวณจุดคุ้มทุน ของชิ้นไหนควรประหยัด ชิ้นไหนควรลงทุน และเคสไหนที่ปล่อยห้องเปล่าชนะ