กำลังโหลด...
นักลงทุนมือใหม่มักโฟกัสที่ "ราคาคอนโดจะขึ้นไหม" แต่นักลงทุนที่อยู่รอดระยะยาวโฟกัสที่กระแสเงินสดจากค่าเช่า ตัวเลขที่ใช้วัดคือ Rental Yield ซึ่งคำนวณจากค่าเช่าทั้งปีหารด้วยราคาซื้อ คูณ 100 ยิ่ง yield สูง เงินที่จมไปกับทรัพย์ก็ยิ่งทำงานให้คุณเร็วขึ้น
โดยเฉลี่ยคอนโดในกรุงเทพให้ yield ราว 4–6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าหลายเมืองใหญ่ในเอเชีย จุดที่น่าสนใจคือ yield ไม่ได้สูงที่สุดในย่านหรูใจกลางเมือง เพราะราคาต่อตารางเมตรที่นั่นสูงมากจนค่าเช่าตามไม่ทัน
| โซน | Yield โดยประมาณ | กลุ่มผู้เช่าหลัก |
|---|---|---|
| รังสิต–ม.ธรรมศาสตร์ | 6–7% | นักศึกษา |
| พระราม 9–ห้วยขวาง | 5–6% | คนทำงานออฟฟิศ |
| บางนา–แบริ่ง | 5–6% | พนักงานนิคม/สนามบิน |
| สุขุมวิทตอนต้น | 3.5–4.5% | ต่างชาติ/ผู้บริหาร |
คอนโดราคา 2–3 ล้านในทำเลที่มีดีมานด์เช่าจริงมักให้ yield ดีกว่าคอนโราคา 8 ล้านใจกลางเมือง สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าดูแค่ yield บนกระดาษ ต้องหักค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง และช่วงห้องว่าง (vacancy) ออกด้วย จึงจะได้ผลตอบแทนสุทธิที่แท้จริง
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?
ดีมานด์จากนักศึกษาคือกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ แต่โมเดลหอพักมีรายละเอียดต่างจากคอนโดปล่อยเช่า มาดูให้ครบก่อนลงทุน
ทั้งคู่ปล่อยเช่าได้ แต่กลุ่มผู้เช่า ค่าดูแล และสภาพคล่องต่างกันมาก มาเทียบให้เห็นภาพก่อนลงเงินก้อนแรก
สองกลยุทธ์ลงทุนที่แตกต่างกันมาก — ซื้อที่ดินชานเมืองหรือซื้อคอนโดในเมือง เปรียบเทียบผลตอบแทน ความเสี่ยง และสภาพคล่องอย่างตรงไปตรงมาในปี 2569