เมื่อได้โบนัส เงินก้อนจากการขายทรัพย์ หรือมีเงินเหลือเก็บสะสม เจ้าของบ้านที่ยังผ่อนอยู่มักเจอคำถามเดียวกัน ระหว่างนำไปโปะบ้านเพื่อลดหนี้และดอกเบี้ย กับนำไปลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงกว่า ทั้งสองทางมีเหตุผลรองรับ และคำตอบที่ถูกต้องขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยของคุณ ความเสี่ยงที่รับได้ และสถานะการเงินโดยรวม บทความนี้จะให้กรอบคิดที่ใช้ตัดสินใจได้จริง
เงินทุกบาทที่โปะเข้าไปจะลดเงินต้นทันที และทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในอนาคตลดลง ผลตอบแทนของการโปะจึงเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของคุณ ถ้าดอกเบี้ยบ้านอยู่ที่ 5% ต่อปี การโปะเท่ากับได้ผลตอบแทน 5% ต่อปีโดยไม่มีความเสี่ยงเลย ซึ่งหาได้ยากในการลงทุนประเภทอื่น ยิ่งในช่วงที่สัญญาหมดช่วงดอกเบี้ยคงที่และเข้าสู่ดอกเบี้ยลอยตัวที่สูงขึ้น ผลตอบแทนจากการโปะก็ยิ่งสูงตาม
เมื่อโปะแล้ว ธนาคารส่วนใหญ่จะคงค่างวดเท่าเดิมและทำให้ระยะเวลาผ่อนสั้นลง ซึ่งประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มากที่สุด บางธนาคารให้เลือกลดค่างวดแทน ซึ่งช่วยเรื่องกระแสเงินสดรายเดือนแต่ประหยัดดอกเบี้ยรวมได้น้อยกว่า
การเปรียบเทียบที่ถูกต้องต้องคิดสามเรื่อง เรื่องแรกคือภาษี ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัยนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ถ้าคุณจ่ายดอกเบี้ยเกิน 100,000 บาทต่อปี ส่วนที่เกินไม่ได้ประโยชน์ทางภาษี การโปะเพื่อลดดอกเบี้ยส่วนนั้นจึงคุ้มเต็มที่ ในทางกลับกัน ถ้าโปะจนดอกเบี้ยต่อปีต่ำกว่า 100,000 บาท สิทธิลดหย่อนที่เคยใช้ได้เต็มจะลดลงตาม ส่วนผลตอบแทนจากการลงทุนก็อาจมีภาษีหรือไม่มี ขึ้นกับประเภท เรื่องที่สองคือความเสี่ยง ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนไม่แน่นอน บางปีอาจติดลบ ขณะที่การโปะแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เรื่องที่สามคือสภาพคล่อง เงินที่โปะเข้าไปแล้วดึงกลับออกมาใช้ยาก ขณะที่เงินลงทุนส่วนใหญ่ขายคืนได้
| ปัจจัย | โปะบ้าน | นำไปลงทุน |
|---|---|---|
| ผลตอบแทน | เท่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แน่นอน | ขึ้นกับสินทรัพย์ ไม่แน่นอน |
| ความเสี่ยง | ไม่มี | มีตามประเภทการลงทุน |
| สภาพคล่อง | ต่ำ ดึงกลับยาก | ส่วนใหญ่สูงกว่า |
| ผลทางภาษี | อาจลดสิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยถ้าดอกเบี้ยลดต่ำกว่าเพดาน | บางผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีได้ |
| ผลทางใจ | หนี้ลด ความกังวลลด | ต้องทนความผันผวน |
เมื่อดอกเบี้ยบ้านเข้าสู่ช่วงลอยตัวที่สูง เมื่อใกล้เกษียณและต้องการปลดหนี้ก่อนรายได้ลดลง เมื่อรับความผันผวนของการลงทุนไม่ได้ และเมื่อดอกเบี้ยที่จ่ายต่อปีสูงเกินเพดานลดหย่อนภาษีมาก ในสถานการณ์เหล่านี้ การโปะมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่าทั้งในแง่ตัวเลขและความสบายใจ
เมื่อดอกเบี้ยบ้านต่ำมาก เช่นช่วงโปรโมชันดอกเบี้ยคงที่ เมื่อยังอายุน้อยและมีระยะเวลาลงทุนยาว รับความผันผวนได้ และเมื่อยังไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุนเต็มที่ หรือยังอยู่ในช่วงที่มีค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนด ในกรณีนี้การเก็บเงินไว้ลงทุนอาจได้ประโยชน์มากกว่า
ถ้าใกล้ครบสามปีและดอกเบี้ยกำลังจะลอยตัวสูง การรีไฟแนนซ์หรือขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมก่อน แล้วค่อยโปะในช่วงที่ไม่มีค่าปรับ มักได้ประโยชน์สูงสุด
ทั้งสองแบบลดดอกเบี้ยได้ การโปะเร็วกว่าลดดอกเบี้ยได้มากกว่าเพราะดอกเบี้ยคิดตามเงินต้นคงเหลือ แต่ควรตรวจเงื่อนไขของธนาคารว่าการชำระเกินค่างวดถูกนำไปตัดเงินต้นทันทีหรือไม่
บ้านที่ปลอดภาระเป็นหลักประกันที่มีค่า ช่วยให้มีทางเลือกทางการเงินในอนาคต เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงินเมื่อจำเป็น และให้ความมั่นคงในวัยเกษียณ
การโปะบ้านคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเท่าดอกเบี้ยเงินกู้แบบไม่มีความเสี่ยง จะเลือกลงทุนแทนได้ก็ต่อเมื่อผลตอบแทนหลังภาษีและหลังความเสี่ยงสูงกว่าอย่างชัดเจน สร้างเงินสำรองก่อน ปิดหนี้แพงก่อน ตรวจค่าปรับ แล้วตัดสินใจตามสถานการณ์ของตัวเอง อ่านบทความเรื่องรีไฟแนนซ์และการขอลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ที่ บทความ MyProperty
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?
คัดสรรมาให้คุณ — ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
ผู้ซื้อคอนโดก่อนสร้างเสร็จบางรายต้องเจอกำหนดเสร็จที่เลื่อน ห้องเล็กกว่าสัญญา หรือส่วนกลางที่เปลี่ยนไป มาดูว่าสัญญาซื้อขายห้องชุดที่ สคบ. ควบคุมคุ้มครองอะไร เมื่อไหร่บอกเลิกและขอเงินคืนได้ การรวบรวมหลักฐาน การร้องเรียน สคบ. คดีผู้บริโภคและคดีแบบกลุ่ม และสิ่งที่ควรตรวจก่อนซื้อเพื่อลดความเสี่ยง
เมื่อพอร์ตห้องเช่าโตขึ้น เจ้าของมักสงสัยว่าตั้งบริษัทจะประหยัดภาษีไหม มาเปรียบเทียบการเสียภาษีค่าเช่าแบบบุคคลกับบริษัท ต้นทุนการโอนทรัพย์เดิมเข้าบริษัท ภาระด้านบัญชี การส่งต่อผ่านหุ้น และทำไมโครงสร้างนอมินีสำหรับชาวต่างชาติจึงผิดกฎหมายและอันตราย
ทุกเดือนที่ห้องว่างคือการเสียค่าเช่าเต็มเดือน บวกค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่น มาดูวิธีวิเคราะห์สาเหตุอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ราคาเทียบห้องคู่แข่งจริง รูปและข้อความประกาศ ช่องทางและเอเจนต์ จังหวะเวลา สภาพห้องและเงื่อนไขการเช่า ไปจนถึงการปรับปรุงเร็ว ๆ ที่ทำให้ประกาศขยับ โดยไม่ต้องลดค่าเช่าแบบไม่มีหลักการ