สรุปก่อนอ่าน
- • อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ทรงตัวในกรอบที่ทำให้ดอกเบี้ยบ้านอยู่ราว 5.5–6.5% ตลอดครึ่งแรกของปี 2569
- • ดอกเบี้ยที่ขยับขึ้น 1% ทำให้ค่างวดบ้าน 3 ล้านเพิ่มขึ้นเกือบ 1,800 บาท/เดือน
- • ช่วงดอกเบี้ยทรงตัวคือจังหวะดีของการล็อกดอกเบี้ยคงที่และการรีไฟแนนซ์
เวลาเราพูดถึงราคาบ้าน คนส่วนใหญ่มองที่ป้ายราคาเป็นหลัก แต่สิ่งที่กำหนดว่าคุณจะผ่อนไหวหรือไม่จริงๆ กลับเป็นตัวเลขที่อยู่ไกลออกไป นั่นคืออัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เป็นผู้กำหนด ทุกครั้งที่ กนง. ประชุมและเคาะตัวเลข มันจะไหลลงมาถึงดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์ภายในไม่กี่สัปดาห์
ดอกเบี้ยนโยบายส่งผ่านมาถึงค่างวดบ้านอย่างไร
ธนาคารพาณิชย์ตั้งดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านโดยอิงกับอัตราอ้างอิงอย่าง MRR ซึ่งเคลื่อนไหวตามดอกเบี้ยนโยบาย พูดง่ายๆ คือเมื่อต้นทุนเงินของธนาคารสูงขึ้น ภาระก็ถูกส่งต่อมาที่ผู้กู้ ในปี 2569 ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในกรอบ 5.5–6.5% ต่อปี ซึ่งถือว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน
ตัวเลขที่คนซื้อบ้านควรรู้
| วงเงินกู้ | ดอกเบี้ย 5.5% | ดอกเบี้ย 6.5% | ส่วนต่าง/เดือน |
|---|---|---|---|
| 2,000,000 | ~12,300 | ~13,500 | +1,200 |
| 3,000,000 | ~18,400 | ~20,200 | +1,800 |
| 5,000,000 | ~30,700 | ~33,700 | +3,000 |
ตัวเลขข้างต้นคำนวณบนระยะผ่อน 30 ปี จะเห็นว่าดอกเบี้ยที่ต่างกันเพียง 1% สร้างภาระเพิ่มหลักพันบาทต่อเดือน และเมื่อคูณด้วยอายุสัญญา 30 ปี ส่วนต่างนี้กลายเป็นเงินหลายแสนบาท
แล้วผู้ซื้อควรทำอย่างไรในจังหวะนี้
เมื่อดอกเบี้ยอยู่ในช่วงทรงตัวค่อนไปทางสูง สิ่งที่ฉลาดที่สุดคือเปรียบเทียบโปรโมชันดอกเบี้ยคงที่ช่วง 3 ปีแรกจากหลายธนาคาร เพราะช่วงต้นคือช่วงที่เงินต้นยังสูง ดอกเบี้ยจึงกินเงินคุณมากที่สุด นอกจากนี้หากคุณผ่อนบ้านเดิมมาเกิน 3 ปีแล้ว การรีไฟแนนซ์เพื่อรีเซ็ตดอกเบี้ยก็มักคุ้มค่า
สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อ อย่ากู้เต็มเพดานที่ธนาคารอนุมัติ เผื่อช่องว่างไว้รองรับกรณีดอกเบี้ยขยับขึ้นในอนาคต การผ่อนที่ราว 30–35% ของรายได้จะทำให้คุณไม่ลำบากแม้ดอกเบี้ยจะเปลี่ยนทิศ
แหล่งอ้างอิง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย — รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน
- ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) — รายงานสินเชื่อที่อยู่อาศัย