ตั้งแต่โควิด-19 เปลี่ยนโลกการทำงานไป รูปแบบ Work from Home (WFH) ก็กลายเป็นเรื่องปกติ และตอนนี้ในปี 2569 หลายบริษัทยังคงใช้ระบบ Hybrid Working อยู่ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดในกรุงเทพครับ
การทำงานระยะไกลเปลี่ยนแปลงความต้องการอย่างไร
ก่อนโควิด คนซื้อคอนโดเพราะต้องการอยู่ใกล้ที่ทำงาน ยิ่งใกล้ BTS/MRT ยิ่งดี แต่ตอนนี้เกณฑ์การเลือกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากการสำรวจของ CBRE Thailand พบว่า:
- 62% ของผู้ซื้อคอนโดให้ความสำคัญกับ "พื้นที่ใช้สอย" มากกว่า "ทำเล" เมื่อเทียบกับก่อนโควิดที่ทำเลเป็นอันดับ 1
- 45% ต้องการห้องทำงานหรือมุมทำงานแยก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญเลย
- 38% ย้ายจากสุขุมวิทตอนใน ไปอยู่ย่านที่ห้องใหญ่กว่าแต่ราคาถูกกว่า
- 55% ให้ความสำคัญกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในคอนโด
ขนาดห้องที่ได้รับความนิยมเปลี่ยนไป
เมื่อก่อนห้อง Studio 25-28 ตร.ม. ขายดีมาก เพราะคนใช้แค่นอนและอาบน้ำ เช้าก็ออกไปทำงาน แต่ตอนนี้ห้องเล็กขนาดนี้กลับขายยากขึ้นครับ เพราะคนต้องทำงานอยู่บ้าน ห้องแคบเกินไปจะทำงานไม่สะดวก
ขนาดที่ได้รับความนิยมตอนนี้:
- 1 ห้องนอน 35-45 ตร.ม. — ยังเป็นที่นิยมที่สุด แต่ต้องมีพื้นที่วางโต๊ะทำงานได้
- 1 ห้องนอน Plus (หรือ 1 Bed Plus) 45-55 ตร.ม. — มีมุมทำงานแยก กำลังมาแรงมาก
- 2 ห้องนอน 55-70 ตร.ม. — สำหรับคู่ที่ทำงานจากบ้านทั้งคู่ สามารถแบ่งห้องเป็นออฟฟิศ
Co-Working Space ในคอนโด: จุดขายใหม่
โครงการคอนโดใหม่ๆ ตอนนี้เริ่มมี Co-Working Space ในพื้นที่ส่วนกลางครับ ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญมาก ลักษณะที่ดีควรมี:
- โต๊ะทำงานส่วนตัวและส่วนรวม
- ห้องประชุมที่จองได้ (มีจอและกล้อง Zoom)
- อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแยกจากระบบคอนโดทั่วไป
- ปลั๊กไฟเพียงพอ และที่ชาร์จ USB
- เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์
- มุมกาแฟหรือ pantry
- เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง
โครงการที่ทำ Co-Working Space ได้ดี
- Niche Mono สุขุมวิท-แบริ่ง — มี Library Lounge ที่ออกแบบมาสำหรับ WFH โดยเฉพาะ
- Origin Place ลาดพร้าว 71 — Co-Working Space 2 ชั้น พร้อมห้องประชุม 3 ห้อง
- Knightsbridge Prime สาทร — Business Lounge ระดับ Premium พร้อมบริการเลขาส่วนตัว
ทำเลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ทำเลที่ได้ประโยชน์
ย่านที่ห้องใหญ่กว่า ราคาถูกกว่า และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น:
- บางนา-แบริ่ง — ราคาถูก ห้องใหญ่ มีห้าง Mega Bangna ใกล้ๆ
- รามอินทรา — บ้านเดี่ยวราคาดี มีพื้นที่ทำ Home Office
- นนทบุรี-ปากเกร็ด — ห้องใหญ่ ราคาเริ่มต้นแค่ 50,000-70,000 บาท/ตร.ม.
ทำเลที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ
ย่านที่พึ่งพาความใกล้ออฟฟิศเป็นจุดขายหลัก เริ่มชะลอตัว:
- สีลม-สาทร — คอนโดห้องเล็ก Studio ขายยากขึ้น
- อโศก-พร้อมพงษ์ — ราคาเช่าห้องเล็กลดลง 10-15%
ข้อสังเกต: ทำเลเหล่านี้ไม่ได้แย่ แต่ห้องขนาดเล็กในย่านนี้มีการแข่งขันสูงขึ้น ในขณะที่ห้องขนาดใหญ่ยังคงเป็นที่ต้องการ
แนวโน้มในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าแนวโน้ม WFH จะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายปี โดย:
- 70% ของบริษัทขนาดใหญ่ในไทยจะใช้ระบบ Hybrid ต่อไป
- คอนโดที่มี Co-Working Space จะขายได้ราคาสูงกว่าคอนโดที่ไม่มี 5-8%
- ห้อง 1 Bed Plus จะกลายเป็นขนาดมาตรฐานใหม่ แทนที่ Studio
- เทคโนโลยี Smart Home จะเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ตัวเลือก
สรุป
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานไม่ได้แค่เปลี่ยนวิธีที่เราทำงาน แต่ยังเปลี่ยนวิธีที่เราเลือกบ้านด้วยครับ ถ้าคุณกำลังมองหาคอนโดอยู่ ลองพิจารณาว่าพื้นที่ในห้องเพียงพอสำหรับทำงานไหม คอนโดมี Co-Working Space ไหม และอินเทอร์เน็ตเร็วพอหรือเปล่า เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคุณทุกวันครับ