ผู้ซื้อบ้านจำนวนมากเจอสถานการณ์นี้หลังวางเงินมัดจำและยื่นกู้ไปแล้ว ธนาคารแจ้งว่าราคาประเมินของทรัพย์ต่ำกว่าราคาที่ตกลงซื้อ ทำให้วงเงินกู้ที่อนุมัติต่ำกว่าที่คาด และผู้ซื้อต้องหาเงินสดมาเติมส่วนต่างภายในเวลาไม่นานก่อนวันโอน สถานการณ์นี้พบบ่อยกับบ้านมือสองที่ตั้งราคาตามความคาดหวังของผู้ขาย และกับโครงการใหม่ที่ราคาขายรวมค่าการตลาดและพรีเมียมของแบรนด์ไว้ การเข้าใจว่าทำไมถึงเกิด และมีทางเลือกอะไรบ้าง ช่วยให้ตัดสินใจได้โดยไม่เสียเงินมัดจำ
ธนาคารจะพิจารณาวงเงินจากสองด้าน ด้านแรกคือมูลค่าหลักประกัน ซึ่งโดยทั่วไปธนาคารใช้ราคาที่ต่ำกว่าระหว่างราคาซื้อขายในสัญญากับราคาประเมินของผู้ประเมิน แล้วคูณด้วยอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าที่ใช้กับสัญญานั้น ด้านที่สองคือความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ วงเงินที่อนุมัติจะเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าระหว่างสองด้านนี้ ดังนั้นแม้ผู้กู้จะมีรายได้สูง ถ้าราคาประเมินต่ำ วงเงินก็ถูกจำกัดอยู่ดี
ตัวอย่างเช่น ตกลงซื้อบ้านราคา 4,000,000 บาท ธนาคารประเมินได้ 3,600,000 บาท ถ้าธนาคารให้กู้ร้อยละ 90 ของมูลค่าหลักประกัน วงเงินจะเป็น 3,240,000 บาท ผู้ซื้อต้องจ่ายส่วนที่เหลือ 760,000 บาทเป็นเงินสด แทนที่จะเป็น 400,000 บาทอย่างที่คาดไว้ถ้าราคาประเมินเท่าราคาซื้อ
| สาเหตุ | คำอธิบาย |
|---|---|
| ราคาซื้อสูงกว่าตลาด | ผู้ขายตั้งราคาตามความคาดหวัง หรือผู้ซื้อตกลงราคาสูงเพราะชอบบ้าน |
| พรีเมียมของโครงการใหม่ | ราคาขายรวมค่าการตลาด ของแถม และแบรนด์ ซึ่งผู้ประเมินไม่นับเต็ม |
| ข้อมูลเปรียบเทียบน้อย | ทรัพย์ในทำเลที่ซื้อขายน้อยหรือมีลักษณะเฉพาะ ผู้ประเมินเลือกตัวเลขระมัดระวัง |
| สภาพทรัพย์และส่วนต่อเติม | ส่วนต่อเติมที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือสภาพทรุดโทรม ถูกหักมูลค่า |
| ภาวะตลาด | ในช่วงตลาดชะลอตัว ผู้ประเมินมักใช้ตัวเลขที่อนุรักษ์นิยมขึ้น |
วิธีที่ดีที่สุดคือป้องกันก่อนเกิด ตรวจราคาซื้อขายจริงของทรัพย์ใกล้เคียงก่อนตกลงราคา ขอประเมินเบื้องต้นจากธนาคารก่อนทำสัญญาจะซื้อจะขาย ถ้าธนาคารมีบริการ และที่สำคัญที่สุดคือใส่เงื่อนไขในสัญญาจะซื้อจะขายว่า หากผู้ซื้อไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อในวงเงินที่กำหนดภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ขายต้องคืนเงินมัดจำ หรือให้สิทธิผู้ซื้อเจรจาราคาใหม่ เงื่อนไขนี้ปกป้องผู้ซื้อจากการเสียเงินมัดจำในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
ราคาประเมินของกรมธนารักษ์เป็นราคาทางราชการ ใช้คำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีในการโอน มักต่ำกว่าราคาตลาด ส่วนราคาประเมินของธนาคารเป็นการประเมินมูลค่าตลาดเพื่อพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งเป็นคนละตัวเลขกัน
อาจเป็นไปได้ แต่ควรขอดูหลักฐาน และยื่นกู้เองเพื่อดูผลจริง ราคาประเมินที่ต่างกันมากระหว่างธนาคารเป็นสัญญาณให้ทบทวนราคาตลาดอย่างระมัดระวัง
ไม่จำเป็น แต่เป็นสัญญาณที่ควรรับฟัง ถ้าราคาที่ตกลงสูงกว่าประเมินเล็กน้อยและทรัพย์ตรงความต้องการจริง อาจยังคุ้ม ถ้าห่างกันมาก ควรทบทวนอย่างจริงจัง
ราคาประเมินที่ต่ำกว่าราคาซื้อเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย และเป็นข้อมูลที่มีค่าเกี่ยวกับราคาตลาด ใช้เป็นข้อต่อรอง ขอทบทวนเมื่อมีหลักฐาน ยื่นหลายธนาคาร และที่สำคัญคือป้องกันตัวด้วยเงื่อนไขในสัญญาจะซื้อจะขายตั้งแต่ต้น อ่านวิธีประเมินมูลค่าอสังหาและเทคนิคต่อรองราคาเพิ่มเติมได้ที่ บทความ MyProperty
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?
คัดสรรมาให้คุณ — ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
ผู้ซื้อคอนโดก่อนสร้างเสร็จบางรายต้องเจอกำหนดเสร็จที่เลื่อน ห้องเล็กกว่าสัญญา หรือส่วนกลางที่เปลี่ยนไป มาดูว่าสัญญาซื้อขายห้องชุดที่ สคบ. ควบคุมคุ้มครองอะไร เมื่อไหร่บอกเลิกและขอเงินคืนได้ การรวบรวมหลักฐาน การร้องเรียน สคบ. คดีผู้บริโภคและคดีแบบกลุ่ม และสิ่งที่ควรตรวจก่อนซื้อเพื่อลดความเสี่ยง
เมื่อพอร์ตห้องเช่าโตขึ้น เจ้าของมักสงสัยว่าตั้งบริษัทจะประหยัดภาษีไหม มาเปรียบเทียบการเสียภาษีค่าเช่าแบบบุคคลกับบริษัท ต้นทุนการโอนทรัพย์เดิมเข้าบริษัท ภาระด้านบัญชี การส่งต่อผ่านหุ้น และทำไมโครงสร้างนอมินีสำหรับชาวต่างชาติจึงผิดกฎหมายและอันตราย
ทุกเดือนที่ห้องว่างคือการเสียค่าเช่าเต็มเดือน บวกค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่น มาดูวิธีวิเคราะห์สาเหตุอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ราคาเทียบห้องคู่แข่งจริง รูปและข้อความประกาศ ช่องทางและเอเจนต์ จังหวะเวลา สภาพห้องและเงื่อนไขการเช่า ไปจนถึงการปรับปรุงเร็ว ๆ ที่ทำให้ประกาศขยับ โดยไม่ต้องลดค่าเช่าแบบไม่มีหลักการ